มองโลกด้วยกระบวนทัศน์ใหม่

โดย ประชา หุตานุวัตร


ภาพรวม: 500 ปีแห่งความทันสมัย

ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา มนุษย์ดำเนินชีวิตภายใต้ชุดความคิดที่ว่า "มนุษย์เป็นใหญ่ มนุษย์เอาชนะธรรมชาติได้"

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ: มนุษย์เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของระบบธรรมชาติทั้งหมด สิ่งที่ต้องถือเป็นใหญ่คือ ระบบธรรมชาติ — เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลกธรรมชาติเท่านั้น


ชุดความคิดเดิม 500 ปี — สิ่งที่ถูกท้าทาย

1. มนุษย์ต้องเอาชนะธรรมชาติ

ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติให้มากที่สุด ประโยชน์ของมนุษย์เป็นตัววัด

2. ความเจริญก้าวหน้าแบบเส้นตรง

หมู่บ้านสู้เมืองไม่ได้ เมืองสู้เมืองหลวงไม่ได้ ทุกอย่างต้อง "ดีกว่า" ในทิศทางเดียว — แต่กระบวนทัศน์ใหม่ตั้งคำถามว่า หมู่บ้านชาวปกาเกอะญอที่เชียงใหม่อาจมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนเมือง พ่อแม่ลูกรักกันมากกว่า พี่น้องดูแลกันมากกว่า

3. ความรู้แบบวิทยาศาสตร์กลไก

ความรู้ที่ชั่งตวงวัดได้ (convergent knowledge) ตอบได้เฉพาะบางส่วนของธรรมชาติ แต่มีสิ่งที่ชั่งตวงวัดไม่ได้ (divergent knowledge) — เราจะเอาเครื่องวัดว่าแฟนรักเรากี่เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ต้องใช้ใจวัด

4. ปัจเจกชนนิยม (Individualism)

ตัวใครตัวมัน ดูแลตัวเอง แข่งขันเป็นของดี — เมื่อพัฒนาสุดโต่งกลายเป็น ความเห็นแก่ตัว

5. การกระตุ้นความโลภ

ระบบทุนนิยมขับเคลื่อนด้วยการกระตุ้น demand — กระตุ้นความอยากของมนุษย์ 500 ปีที่ผ่านมาขับเคลื่อนด้วยการเพิ่มความโลภ


วิกฤตที่ความคิดเดิมแก้ไม่ได้

ความไม่เป็นธรรมทางสังคม

การแตกสลายของชุมชน

วิกฤตทางจิตวิญญาณ

มีเงิน มีชื่อเสียง มีทุกอย่าง แต่ ชีวิตไม่มีความหมาย ชีวิตแปลกแยก — ปัญหาทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ


ทางแยกของมนุษยชาติ

มนุษย์มาถึงทางแยก — เราจะไปทางไหน?

ทางที่ 1: ไปต่อแบบเดิม

เชื่อว่าเทคโนโลยีจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง — ถ้าไปแบบนี้ต่อ จะนำไปสู่หายนะ

ทางที่ 2: สีเขียว — ปรับปรุง

ลดการใช้ฟอสซิล หันไปใช้พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ลดการบริโภค แต่ยังอยู่สะดวกสบายพอสมควร — นี่คือความฝันของกระแสหลักในยุโรป

ทางที่ 3: เปลี่ยนกระบวนทัศน์ (ทางของประชา)

การใช้ทรัพยากรต้อง ลดลงอย่างมีความหมาย ต้องใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ใช้ชีวิตเรียบง่ายขึ้น — ไม่ได้กลับไปก่อนอุตสาหกรรม แต่ต้องหยุดการขยายตัวไม่มีที่สิ้นสุด

"ถ้าเราใช้ความคิดที่เราสร้างปัญหามา มาแก้ปัญหาไม่ได้หรอก เราต้องหาความคิดชุดใหม่"


"ผู้ร้าย" ของความคิดสมัยใหม่

สามบุคคลที่สร้างรากฐานความคิดสมัยใหม่ — เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้าย:

สิ่งที่พวกเขาสร้างมา มีประโยชน์ แต่คำถามคือใช้อย่างไร ใช้อยู่ในกรอบไหน


ขบวนการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่

ขบวนการเคลื่อนไหว

ชุมชนทางเลือก

สร้างชุมชนใหม่ที่รวบรวมคุณค่าแบบใหม่ มีอยู่หลายพันแห่งทั่วโลก ดำรงมา 40–50 ปี ใช้พลังงานทดแทน พึ่งพาตนเอง

เมืองที่เปลี่ยนผ่าน (Transition Towns)

เริ่มจากเมืองเล็กๆ แต่ขยายเร็วมากทั่วยุโรปและทั่วโลก — คนเล็กคนน้อยไม่รอรัฐ ไม่รอธุรกิจ ชวนกันเปลี่ยนวิถีชีวิต


นักคิดกระบวนทัศน์ใหม่

สายตะวันออก

สายตะวันตก


คุณค่าของกระบวนทัศน์ใหม่

มนุษย์ต้องกลับมาเป็นเพื่อนกับธรรมชาติ

ทุกอย่างมีค่าในตัวเอง — แม้แต่ยุง มันมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวม ไม่ใช่มองเฉพาะส่วน

ความร่วมมือสำคัญกว่าการแข่งขัน

ธรรมชาติพิสูจน์ว่าการแข่งขันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ความสัมพันธ์ที่ดี พี่น้องรักกัน สำคัญกว่ามีเงินเยอะ

ความสุขอยู่ที่การลดความอยาก

ความสุขสมัยใหม่สนองความอยาก ความอยากขยายไม่มีที่สิ้นสุด — ศาสนาทุกศาสนาสอนให้ ลดความอยาก

ชุมชนเป็นหน่วยสำคัญที่สุด

ชุมชนที่ไม่ใหญ่เกินไป ระดับตำบล — หน่วยงานที่สูงกว่าตำบลต้องมา รับใช้ ตำบล

ชีวิตเรียบง่ายมีคุณค่า

ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมือง ชีวิตที่ดีงามไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากมาย

การศึกษาคือการฝึกฝนตนเอง

ไม่ใช่ความฉลาดในการตอบข้อสอบ — ความเป็นตัวของตัวเองต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย

เทคโนโลยีที่เหมาะสม

เทคโนโลยีไม่ใช่ของดีเสมอไป ต้องหาความสมดุล — ยิ่งเร็วขึ้นไม่ได้แปลว่ายิ่งดีขึ้น


ทุนนิยม 3 แบบ

ประชาแยกทุนนิยมออกเป็น 3 รูปแบบ:

แบบลักษณะตัวอย่าง
ทุนนิยมเพื่อธุรกิจ (Enterprise Capitalism)เพิ่มความโลภแบบสุดโต่ง เสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism)อเมริกา, ไทย
ทุนนิยมเพื่อสังคม (Social Capitalism)ใช้กลไกทุนนิยมแต่มาดูแลคนแพ้ ระบบรัฐสวัสดิการสแกนดิเนเวีย
กระบวนทัศน์ใหม่เปลี่ยนพื้นฐานความคิดทั้งหมด ชุมชนเป็นฐาน เศรษฐกิจท้องถิ่นชุมชนทางเลือก, Transition Towns

ถ้าไม่เปลี่ยนกระบวนทัศน์ โลกาภิวัตน์จะนำไปสู่ความโลภ การแข่งขัน ความไม่มีสุข และช่องว่างคนรวยคนจนเหมือนเดิม


ความตื่นเต้นของยุคนี้

"เราอยู่ในยุคที่น่าตื่นเต้นที่สุด เป็นเกือบครั้งหนึ่งในสองสามครั้งที่ทุกอย่างที่เราเชื่อว่าถูกทั้งหมด 500 ปีนี้ มันผิดหมดเลย เราจะไปไหนต่อ มันน่าตื่นเต้นทางสติปัญญามาก"


ดูเพิ่มเติม